วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

อาหารหวาน

ข้าวเหนียวมะม่วง

ข้าวเหนียวมะม่วง เป็นขนมหวานไทยยอดนิยม และจะได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษในฤดูร้อน ทำจากข้าวเหนียว เช่น ข้าวเหนียวเขี้ยวงู มูนกับหัวกะทิ เกลือป่น และน้ำตาลทรายขาว แล้วกินกับเนื้อมะม่วงสุก ที่นิยมคือ มะม่วงอกร่อง และมะม่วงน้ำดอกไม้ อาจราดกะทิ และโรยถั่วบางชนิด แล้วแต่ชอบใจ
ข้าวเหนียวมะม่วงมีแคลอรีสูง ถ้ากินขณะเป็นโรคกระเพาะอาหาร, ม้ามพร่อง หรือระบบย่อยอาหารบกพร่อง จะท้องอืด, จุกเสียดแน่น และอาหารย่อยยากมากขึ้นได้ นอกจากนี้ หากรับประทานเกินพอดี จะร้อนใน, เจ็บคอ, ท้องผูก, ปวดหัว เป็นต้น เอาได้ อย่างไรก็ดี ข้าวเหนียวในขนมหวานชนิดนี้มีสรรพคุณเป็นของร้อนรสหวาน จะช่วยบำรุงพลัง ตลอดจนบำบัดอาการเหงื่อออกมาก และท้องเสีย โดยเฉพาะมะม่วงที่มีรสหวานปนเปรี้ยวนั้น ช่วยบำรุงร่างกาย, แก้ไอ และขับลมได้

                





ฝอยทอง


ฝอยทอง (โปรตุเกส: fios de ovos)  เป็นขนมโปรตุเกส ลักษณะเป็นเส้นฝอยๆ สีทอง ทำจากไข่แดงของไข่เป็ด เคี่ยวในน้ำเดือดและน้ำตาลทราย ชาวโปรตุเกสใช้รับประทานกับขนมปัง กับอาหารมื้อหลักจำพวกเนื้อสัตว์ และใช้รับประทานกับขนมเค้ก โดยมีกำเนิดจากเมืองอาไวโร่ (โปรตุเกส: Aveiro) เมืองชายฝั่งทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศโปรตุเกส
ฝอยทองแพร่เข้ามาในประเทศไทยพร้อมกับทองหยิบและทองหยอด ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดย ดอนญ่า มารี กีมาร์ เดอปิน่า (ท้าวทองกีบม้า, พ.ศ. 2202-2265) ลูกครึ่งโปรตุเกส-ญี่ปุ่น ภริยาของเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน) ท้าวทองกีบม้ามีหน้าที่เป็นหัวหน้าห้องเครื่องต้น เป็นผู้ทำอาหารเลี้ยงต้อนรับคณะราชทูตจากฝรั่งเศสที่มาเยือนกรุงศรีอยุธยาในสมัยนั้น

         


ลอดช่องสิงคโปร์



ส่วนสาเหตุที่ในประเทศไทยใช้ชื่อว่า "ลอดช่องสิงคโปร์" นั้น มาจากเมื่อ พ.ศ. 2504 ร้านลอดช่องร้านแรกในประเทศไทย "สิงคโปร์โภชนา" ซึ่งตั้งอยู่ที่หน้าโรงภาพยนตร์สิงคโปร์หรือโรงหนังเฉลิมบุรี บนถนนเยาวราช ผู้คนไปรับประทานจึงมักจะเรียกว่า "ลอดช่องหน้าโรงหนังสิงคโปร์" จนในที่สุดตัดทอนเหลือแต่เพียง "ลอดช่องสิงคโปร์" ร้านสิงคโปร์โภชนาก็ยังขายลอดช่องสิงคโปร์อยู่จนถึงปัจจุบันส่วนผสมทั่วไปของลอดช่องสิงคโปร์คือกะทิ แป้งปั้นเป็นรูปแท่งใส่สีเขียว โดยปกติมาจากใบเตย น้ำแข็งปั่นและน้ำตาลมะพร้าว ส่วนผสมเพิ่มอื่นๆได้แก่ ถั่วแดง ข้าวเหนียว เฉาก๊วย ในซุนดา ลอดช่องสิงคโปร์เป็นขนมทำจากแป้งหรือสาคูปั้นเป็นแท่ง กินกับกะทิและน้ำเชื่อมจากน้ำตาลของต้นหมาก ไม่ใส่น้ำแข็ง ในภาษาชวา เชนดอล หมายถึงส่วนที่เป็นแป้งสีเขียวเท่านั้น ถ้านำเชนดอลมารวมกับน้ำตาลมะพร้าว และกะทิจะเรียกดาเวต ดาเวตที่นิยมมากที่สุดคือ เอส ดาเวตในชวากลาง ด้วยอิทธิพลจากสิงคโปร์ และอาหารตะวันตก ทำให้มีลอดช่องสิงคโปร์รูปแบบแปลกๆ เช่น กินกับไอศกรีมวานิลลาหรือทุเรียน

วันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2557

อาหารไทยคาวหวาน


ส่วนผสมแกงมัสมั่นไก่

ไก่สับเป็นชิ้นเล็กๆ1ตัว
หอมหัวใหญ่10หัว
มันฝรั่งหั่นเป็นชิ้นเล็ก20ชิ้น
กะทิ2กล่อง
ถั่วลิสงคั่ว1/2ถ้วย
น้ำปลา1ช้อนโต๊ะ
น้ำมะขามเปียก2ช้อนโต๊ะ
เครื่องปรุงรสไก่ชนิดผง2ช้อนชา
น้ำตาลปี๊บ1ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช3ช้อนโต๊ะ
ลูกกระวาน
ใบกระวาน
ส่วนผสมน้ำพริกเครื่องแกงมัสมั่น
พริกแห้ง20เม็ด
ตะไคร้ซอย2ช้อนโต๊ะ
หอมแดง5หัว
กระเทียมแกะเปลือก2หัว
ข่าหั่นเป็นแว่น3แว่น
เม็ดพริกไทย15เม็ด
รากผักชีหั่น2ช้อนโต๊ะ
ยี่หร่าคั่วป่น1ช้อนชา
ลูกกระวาน5ลูก
ใบกระวาน5ใบ
กานพลู5ดอก
อบเชยคั่วป่น1ช้อนชา
ลูกจันทร์คั่วป่น1/2ช้อนชา
ดอกจันทร์คั่วป่น1/2ช้อนชา
กะปิห่อใบตองเผาไฟ1ช้อนชา
น้ำมัน

วิธีทำแกงมัสมั่นไก่

วิธีทำแกงมัสมั่นไก่

  1. โขลกน้ำพริกเครื่องแกงมัสมั่นให้ละเอียดสดๆ และพักเอาไว้ใช้ในขั้นตอนต่อไป
  2. เอากระทะขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ รอจนน้ำมันพืชร้อนจัด
  3. ใส่น้ำพริกเครื่องแกงมัสมั่นลงไปผัดให้หอม ใส่น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก เครื่องปรุงรสไก่ชนิดผง ถั่วลิสงคั่ว ผัดไปมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน
  4. ใส่กะทิ 1 กล่อง ลงไปผัดด้วย แล้วคนให้ทั่วถึงเข้ากัน
  5. ใส่ลูกกระวานที่ทุบแตกแล้วลงไป ใส่ใบกระวาน และไก่ที่สับเป็นชิ้นเล็กๆลงไปเคี่ยวด้วย
  6. ใส่มันฝรั่ง และกะทิลงไปอีก 1 กล่อง แล้วเคี่ยวต่ออีก
  7. ใส่หัวหอมหัวเล็กๆลงไปอีกหนึ่งอย่าง แล้วเคี่ยวต่อไปเรื่อยๆ จนไก่เปื่อย
  8. ชิมและปรุงรสตามใจชอบ ให้มีรสออกเค็ม หวานและเปรี้ยวเล็กน้อย
  9. ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ รับประทานพร้อมกับข้าวสวย


Thai sour and spicy shrimp soup

สูตรต้มยำกุ้งน้ำข้น 

สิ่งที่ต้องเตรียม
  • กุ้งกุลาดำ 15 ตัว
  • เห็ดโคนประมาณ 10-15 ดอก ใช้เห็ดนางฟ้าหรือเห็ดฟางแทนก็ได้
  • มะนาวใช้ 3 ลูก บีบน้ำได้ประมาณ 3 ช้อนกินข้าวแบบสั้น
  • พริกขี้หนูเม็ดเล็กใช้ 10 เม็ด
  • หัวหอมแดง 3-4 หัว
  • ตะไคร้ใช้ 2-3 ต้นไม่ใหญ่
  • ข่าแก่หั่นใช้ 5 แว่น
  • ใบมะกรูด 4-5 ใบ
  • รากผักชี 2-3 ต้น (ใครจะเพิ่มผักชีฝรั่งก็ใส่ได้ตามชอบใจ)
  • น้ำพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลาอย่างดี 2-3 ช้อนโต๊ะ (ต้องชิมรสประกอบ)
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • นมข้นไม่หวาน (ใช้คาร์เนชั่น) หรือใช้นมสดรสจืดยิ่งดีเลย 1 ถ้วย
  • น้ำซุป ถ้าไม่มี ใช้น้ำเปล่าแล้วใช้รสดีปรุงรสแทน
วิธีทำต้มยำกุ้งน้ำข้น
  1. นำตะไคร้มาทุบแบบหยาบ และหั่นประมาณ 1 นิ้ว ต่อด้วยหั่นข่า 1 แง่งให้เป็นแว่นๆ เพื่อให้ได้ประมาณ 5-7 แว่น ไม่ต้องหนามาก เอาแบบพอดีๆ
  2. หั่นผักชีเป็นฝอยๆ และนำรากผักชีไปทุบพอหยาบ และทุบพริกขี้หนูอีก 10 เม็ดให้พอหยาบเช่นกัน
  3. หั่นมะเขือเทศลูกใหญ่โดยผ่าให้ได้ 4 ชิ้น จากนั้นก็หั่นเห็ดฟางแบบครึ่งและเห็ดนางฟ้าฉีกครึ่ง ใบมะกรูดนำมาฉีกครึ่งเป็น 4 ส่วน
  4. ปอกเปลือกกุ้งสดให้สะอาด ผ่าหลังและล้างน้ำให้สะอาด รวมทั้งผักทุกชนิดที่เราจะรับประทาน จำเป็นต้องล้างน้ำให้สะอาดก่อนหั่น
  5. เตรียมน้ำพริกเผาผสมนมสด โดยนำนมสดหรือน้ำข้นไม่หวาน 1 ถ้วยมาผสมกับ น้ำพริกเผา บี้ให้ตัวพริกเผาไม่ให้จับตัวเป็นก้อน
  6. นำหม้อต้มใส่น้ำเปล่า 1 ลิตรที่ได้เตรียมไว้ โดยเริ่มตั้งไฟด้วยไฟแรง หลังจากนั้นก็ใส่ตะไคร้ทุบและข่าที่หั่นเตรียมไว้ และใส่รากผักชีทุบลงไปพร้อมๆ กันเลย
  7. เมื่อน้ำเดือดแล้วให้ใส่เห็ดฟางและเห็ดนางฟ้าไปพร้อมๆ กับกุ้งสดรอจนน้ำเดือด
  8. พอน้ำเดือด ให้หรี่ไฟเป็นไฟเป็นแบบปานกลาง จากนั้นก็ใส่เครื่องปรุงรสที่เราได้เตรียมไว้แล้ว นั้นก็คือ น้ำปลา มะนาว คน 1 รอบ ตามด้วยน้ำพริกเผาผสมนมสด และคนให้เข้ากันอีกรอบ และเปิดไฟแรงอีกครั้ง
  9. นำมะเขือเทศและพริกขี้หนู  และใบมะกรูดมาใส่ลงในหม้อ พอน้ำเดือดแล้วให้ปิดไฟทันที
  10. ยกลงมาเทใส่ถ้วย จากนั้นก็โรยหน้าด้วยผักชี ถือว่าเป็นอันเสร็จเรียบร้อย พร้อมเสิร์ฟแล้วล่ะอาจปรุงรสเพิ่มตามใจชอบ
เคล็ดลับความอร่อย
  • กุ้งจะใช้กุ้งตัวใหญ่หรือแบบตัวเล็กแกะเปลือกก็ได้ แล้วแต่ความชอบหรือสูตรของแต่ละร้าน (ดังเข่นรูปด้านล่าง)
  • สำหรับร้านที่จะนำสูตรไปทำขายควรทำรสชาติให้กลมกล่อม ไม่เปรี้ยว ไม่หวานมันมากเกินไป ซึ่งเป็นรสที่คนทั่วไปชอบ